วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คำถาม

เพื่อนๆมีวิธีอย่างไรบ้าง

ถ้าหากว่าเราขาดความมั่นใจในตนเอง?????

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

รถม้าลำปาง

รถม้าลำปาง
รถม้าลำปางเป็นของที่มีมาตั้งแต่โบราณชาวบ้านในสมัยก่อนมักจะใช้รถม้าแทนการใช้พาหนะ
ฉันซึ่งเป็นคนลำปางเช่นกันแต่มีโอกาสขึ้นรถม้าไม่มากนัก ฉันเคยขึ้นรถม้าเพียงครั้งเดียวในชีวิต ฉันคิดว่าฉันจะหาเวลาว่างไปขึ้นรถม้าเที่ยวรอบเมืองอีกสักครั้ง และเพื่อนละค่ะ เคยขึ้นรถม้ากันบ้างไหม และเพื่อนๆมีความรู้สึกยังไงกันบ้างค่ะ

ความรัก

เคยมีใครถามคุณไหมว่า"ความรักคืออะไร"
คิดว่าวันนี้มีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ คำที่ใช้แทนคำว่า "ความรัก" ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ" หากคุณคิดที่จะบอกรัก
หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน ลองถามตัวเองดูว่า คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความเอาใจ หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดอะไร หรืออยากได้อะไร แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ... นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น... นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย หากคนรักของคุณพูดอะไร หรือทำอะไร เพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ แต่คุณกลับไม่ชอบมัน คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย
หากคุณทะเลาะกับคนรัก
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมา แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ เหมือนทุกๆวัน ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ... นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ คนเราบางครั้งก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือเรื่องอื่น ๆ มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า ตั้งใจนะ "โชคดีนะ" "พยายามนะ ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้ " หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า "ถึงหรือยัง" "ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม" หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ" หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ
และมันจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าคนรักของคุณจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ของคุณ หรือแม้กระทั่งคนรอบข้างของคุณได้ นั่นเป็นเพราะเค้าใส่ใจในคำพูดและการกระทำของคุณ ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆด้าน คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

blog คืออะไร

มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับ
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
อ่านจบบทความนี้ คิดว่าหลาย ๆ ท่านน่าจะเข้าใจว่า Blog คืออะไร เพิ่มขึ้นมากแล้วนะครับ

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การลบไฟล์ใน Prefetch

การลบไฟล์ใน Prefetch ก็เ็ป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องสนใจดูแล ไฟล์ Prefetch เป็นเทคนิค ให้ที่มีอยู่ใน Windows XP เพื่อช่วยให้การทำงานของวินโดวส์มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่พอนานขึ้้นที่ท่านใช้งานทุกวัน ไดเรกทอรี่ Prefetch ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มไปด้วยขยะและลิ้งค์ที่หมดอายุ ซึ่งทำให้การทำงานของระบบช้าลงได้ ดังนั้นท่านควรทำการลบไฟล์ขยะเหล่านั้นทิ้งไป ซึ่งควรทำเป็นประจำทุกเดือน การลบไฟล์ในไดเรกทอรี Prefetch ให้ท่าน เข้าไปที่ C:\windows\prefetch แล้วทำการลบไฟล์ขยะเหล่านั้นแล้วให้รีสตาร์ทเครื่อง เท่านี้ท่านก็สามารถลบไฟล์ขยะได้แล้ว แต่ข้อควรกระทำก็คือท่านควรลบแบบไม่ให้ค้างอยู่ใน Recycle bin เพราะเนื่องจากว่าถ้ายังค้างอยู่ในถังขยะ ไฟล์เหล่านั้้นก็ ยังเป็นส่วนให้ท่านต้องทำงานอย่างอืดอาดอีกหนครับ

การเรียกดู User Account ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องของคุณ

วิธีการนี้จะเป็นการเรียกดู User Account ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องของคุณ ไม่ว่าจะ User Account ที่เปิดเผย หรือซ่อนไว้ท่านสามารถทราบได้ทั้งหมดและท่านยังสามารถเปลี่ยนพาสเวิร์ดได้โดยไม่ต้องจำพาสเวิร์ดเดิมได้ด้วย1. การเรียกดู User Account 1.1 เปิดไดอะล็อกบ็อกซ์ Run ขึ้นมา(Win+R) 1.2 พิมพ์ cmd แล้วคลิกที่ OK 1.3 เมื่อขึ้นหน้าต่าง Command ให้พิมพ์ Net user แล้ว Enter รายการของ account ทั้งหมดที่อยู่ในเครื่องของท่าน ก็จะปรากฎมาให้เห็นครับ2. การเปลียนพาสเวิร์ด ให้ User Account การเปลี่ยนพาสเวิร์ดในกรณีนี้เป็นการดีในกรณีที่ท่านมีการใช้งานหลายแอ็คเคาน์แล้วลืมพาสเวิร์ด เช่น พาสเวิร์ดของ Administrator เป็นต้น เมื่อท่านเรียกดูรายการของแอคเคาน์ ตามข้อ1. แล้วให้ท่านดูรายชื่อที่ท่านต้องการเปลี่ยน แล้วเริ่มกันเลย 2.1 เมื่อท่านอยู่ในหน้าต่างของ Command ให้ท่านพิมพ์ net user ชื่อแอ็คเคานต์ ตามด้วยเครื่องหมาย * แล้วกด Enter ตัวอย่างนะครับ net user anat * 2.2 ถ้าชื่อมีวรรค ก็ให้ใส่เครื่องหมาย "........" (เครื่องหมายคำพูด)ตรงชื่อของแอ็คเคานต์ด้วย เช่น "anat admin" จากนั้นระบบจะถามให้เปลี่ยนรหัสผ่าน ท่านสามารถพิมพ์รหัสใหม่แล้วยืนยันรหัสใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องใส่รหัสเดิม ถ้าท่านได้รับการแจ้งว่า เรียบร้อย แสดงว่าการเปลี่ยนรหัสนั้นเรียบร้อยแล้วครับ

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิธีการปืดเครื่อง shutdown วินโดวส์อย่างไวไม่เกิน5 วินาที

วิธีการปิดเครื่อง shutdown วินโดวส์อย่างไวไม่เกิน 5 วินาที
ปกติเวลาที่เราจะปิดเครื่องและจบการทำงานออกจากวินโด วส์ เราจะไปที่ปุ่ม Start > Turn off computer… > Turn off หรือไม่ บางคนก็อาจจะกดปุ่ม Power ตรงเคสหรือซีพียู(บางคนจะเข้าใจอย่างนี้) เพื่อปิดเครื่อง แต่บางคนก็ถอดปลั๊กเลยก็มี (ซึ่งวิธี shutdown เครื่องแบบหลังนี้ ถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ไม่แนะนำให้ทำแบบนี้นะครับ เพราะจะเป็นอันตรายต่อฮาร์ดแวร์ในเครื่องโดยเฉพาะฮาร ์ดิสก์ไดรว์ ได้นะครับ)และจากวิธีการปิดเครื่อง shutdown เครื่องแบบตามวิธีการไปที่ ปุ่ม Start > Turn off computer… > Turn off นั้น วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการปิดเครื่อง shutdown วินโดวส์ได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไม่เกิน 5 วินาที มาฝากกันครับวิธีการปิดเครื่อง ชัตดาวน์วินโดวส์อย่างไวไม่เกิน 5 วินาที มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้
ให้กดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager หรือจะไปคลิกขวาที่ Task Bar (บาร์ที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอนั่นเอง) > เลือกเมนู Task Manager ก็ได้เช่นกัน
จากนั้นไปคลิกที่เมนู Shutdown > เลื่อนhilight มาที่ Turn Off > จากนั้นให้กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้ และคลิกที่เมนู Turn Off ดังรูป เพียงเท่านี้คุณก็จะปิดเครื่อง shutdown วินโดวส์ได้อย่างไวและรวดเร็วทันใจ ไม่เกิน 5 วินาที แล้วหล่ะครับ ลองนำทริกนี้ไปใช้ดูนะครับ วิธีนี้ไม่เป็นอันตรายนะครับแต่ว่าผมก็ไม่ค่อยใช้เหม ือนกัน จะใช้ก็ต่อเมื่อรีบเร่งปิดเครื่องเท่านั้นครับhttp://www.bcoms.net/tipcomputer/detail.asp?id=2393